Practice Location: Dr. Dulayanat performs surgical procedures at Phyathai Sriracha Hospital, a JCI-accredited hospital in Chonburi, Thailand. All procedures, facilities, and accreditations referenced on this website belong to Phyathai Sriracha Hospital, where Dr. Dulayanat practices as a board-certified plastic surgeon.

คลังข้อมูลสุขภาพ

กระดูกใบหน้าหักจากอุบัติเหตุ — รักษาอย่างไรให้รูปหน้า การสบฟัน และการใช้ชีวิตกลับมาใกล้เคียงปกติ

อุบัติเหตุทางใบหน้า (Maxillofacial Injury) กระทบทั้งรูปหน้า การมองเห็น การหายใจ การพูด การเคี้ยว และการสบฟัน การดูแลตามหลักมาตรฐานสากล AO Principles โดยศัลยแพทย์ตกแต่งร่วมกับทีมทันตกรรมและสหสาขา ช่วยคืนความสมดุลทั้งโครงหน้าและการใช้งานจริง

เผยแพร่

26 พฤษภาคม 2569

อัปเดตล่าสุด

26 พฤษภาคม 2569

เวลาอ่าน

อ่าน 9 นาที

M
Medically Reviewed by

นพ. ดุลยณัฐ อรัณยะปาล (หมอปิง)

ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมตกแต่ง • วุฒิบัตรศัลยศาสตร์ตกแต่ง (ศิริราช) • ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งหมอปิง

เป้าหมายหลักของการรักษาอุบัติเหตุทางใบหน้าไม่ใช่แค่การทำให้กระดูกติดเข้าหาเนื้อเยื่อ — แต่คือการฟื้นคืนโครงสร้างมิติต่างๆ ของใบหน้า คืนการทำงานของอวัยวะ และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้กลับมาใกล้เคียงจุดเดิมก่อนเกิดอุบัติเหตุตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี

บทนำ — กระดูกใบหน้าหักไม่ใช่แค่เรื่องรูปหน้า

อุบัติเหตุทางใบหน้า หรือ Maxillofacial Injury / Maxillofacial Trauma เป็นการบาดเจ็บที่มีความซับซ้อนมากกว่าที่เห็นจากภายนอก เพราะใบหน้าไม่ได้มีหน้าที่เพียงเป็นรูปลักษณ์ของผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการมองเห็น การหายใจ การพูด การเคี้ยว การสบฟัน การแสดงสีหน้า และความมั่นใจในชีวิตประจำวัน

เมื่อกระดูกใบหน้าหัก เป้าหมายของการรักษาจึงไม่ใช่เพียง "ทำให้กระดูกติด" แต่ต้องพยายามฟื้นฟูให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ ทั้งในด้านรูปร่างของใบหน้า การทำงานของอวัยวะสำคัญ และคุณภาพชีวิตหลังการรักษา

ด้วยประสบการณ์ยาวนานในการดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุทางใบหน้าของทีมศัลยแพทย์ตกแต่ง ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งหมอปิง เราเข้าใจดีว่าการดูแลผู้ป่วยกระดูกใบหน้าหักหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การบาดเจ็บเฉพาะจุด ไปจนถึงการบาดเจ็บหลายตำแหน่งของใบหน้า (Panfacial fracture) จำเป็นต้องอาศัยการประเมินที่รวดเร็ว แม่นยำ และการวางแผนร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพเพื่อให้แผลหายดีและมีแผลเป็นน้อยที่สุด

กายวิภาคกระดูกใบหน้า — 3 ส่วน 14 ชิ้น

ในทางกายวิภาค โครงกระดูกใบหน้า (facial skeleton / viscerocranium) ประกอบด้วยกระดูก14 ชิ้น ที่วางประสานกันอย่างซับซ้อน อย่างไรก็ตาม ในการดูแลอุบัติเหตุทางใบหน้า แพทย์ไม่ได้มองเพียงว่า "กระดูกชิ้นใดหัก" แต่จะประเมินตามตำแหน่ง หน้าที่ และผลกระทบต่อโครงสร้างสำคัญของใบหน้า โดยมักแบ่งการบาดเจ็บออกเป็น 3 ส่วนใหญ่

  • U
    ใบหน้าส่วนบน — Upper Third หน้าผาก เบ้าตาส่วนบน โพรงไซนัสหน้าผาก (frontal sinus) ใกล้ฐานกะโหลก
    ต้องระวัง: สมอง ดวงตา และการรั่วไหลของน้ำไขสันหลัง
  • M
    ใบหน้าส่วนกลาง — Midface จมูก โหนกแก้ม เบ้าตา ขากรรไกรบน เพดานปาก และแนวรับแรงส่วนกลาง (midface buttresses)
    ต้องระวัง: การมองเห็น ภาพซ้อน จมูก ทางเดินหายใจ และการสบฟัน
  • L
    ใบหน้าส่วนล่าง — Lower Third ขากรรไกรล่าง ข้อต่อขากรรไกร ฟัน และกระดูกเบ้าฟัน
    ต้องระวัง: การเคี้ยวอาหาร การพูด การอ้าปาก การสบฟัน และความสมมาตรของคาง

ผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะ

การบาดเจ็บใบหน้าและขากรรไกรมักไม่ได้กระทบเพียงแค่โครงร่างภายนอก แต่ยังกระทบต่อระบบสำคัญหลายส่วนที่ทำงานประสานกันอย่างประณีต ซึ่งต้องประเมินและดูแลรักษาโดยละเอียด

การมองเห็น
ดวงตาและเบ้าตา

กระดูกเบ้าตาหักอาจทำให้ลูกตาตก (enophthalmos) เกิดภาพซ้อน (diplopia) หรือเกิดการติดขัดของกล้ามเนื้อกลอกตา — ต้องประเมินโดยละเอียด

การหายใจ
จมูกและทางเดินหายใจ

กระดูกจมูกหักเบี้ยวหรือกระดูกส่วนกลางใบหน้ายุบตัวลง อาจอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน — บางกรณีจำเป็นต้องจัดการทางเดินหายใจเร่งด่วน

การพูดและการกิน
ขากรรไกรและการสบฟัน

กระดูกขากรรไกรบนหรือล่างหัก ทำให้การสบฟันผิดปกติ ไม่สามารถปิดปากสนิท เคี้ยวอาหารลำบาก หรือปวดข้อต่อขากรรไกรขณะขยับ

ความรู้สึก
เส้นประสาทรับความรู้สึก

กระดูกหักพาดผ่านท่อเส้นประสาท (เช่น ใต้ตาหรือคาง) อาจทำให้เกิดอาการชาบริเวณแก้ม ปีกจมูก ริมฝีปากบน หรือคางชั่วคราวหรือถาวร

การแสดงสีหน้า
กล้ามเนื้อและเส้นประสาท

บาดแผลลึกหรือกระดูกหักที่ดึงรั้ง อาจทำให้เส้นประสาทสั่งการใบหน้า (CN VII) บาดเจ็บ กระทบต่อการยิ้ม การหลับตา และความสมดุลของใบหน้า

โครงสร้างใบหน้า
ความสมดุลและรูปลักษณ์

หากกระดูกแนวรับแรงหลักเคลื่อนตัว ใบหน้าอาจเกิดการยุบตัว ดูสั้นลง กว้างขึ้น หรือแบนผิดรูปอย่างชัดเจน

หลัก AO Principles — คืนรูป คืนตำแหน่ง คืนการทำงาน

การรักษากระดูกใบหน้าหักในระดับสากล จะอ้างอิงหลักการของ AO Principles (Association for the Study of Internal Fixation) ซึ่งมุ่งเน้นการฟื้นฟูโครงสร้างและการทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบสำคัญ

1
จัดกระดูกกลับที่
Anatomic Reduction

จัดแนวกระดูกที่หักหรือเคลื่อนตัวให้กลับคืนสู่ตำแหน่งทางกายวิภาคดั้งเดิมอย่างแม่นยำ

2
ยึดตรึงให้มั่นคง
Stable Fixation

ยึดตรึงกระดูกด้วยแผ่นโลหะและสกรูไทเทเนียมขนาดเล็ก เพื่อความมั่นคงสูงสุดระหว่างการสมานตัว

3
ดูแลเนื้อเยื่ออ่อน
Soft Tissue Care

การเปิดแผลและเลาะเนื้อเยื่ออย่างประณีต เพื่อถนอมเส้นเลือดที่มาเลี้ยงกระดูกให้ดีที่สุด

4
ฟื้นฟูการทำงาน
Early Mobilization

เปิดโอกาสให้คนไข้กลับมาเคลื่อนไหว เคี้ยว และขยับขากรรไกรได้รวดเร็ว เพื่อป้องกันข้อต่อยึดติด

ความรู้เพิ่มเติม

แนวรับแรงของใบหน้า หรือ Maxillofacial Buttresses คือโครงสร้างกระดูกส่วนที่หนาและแข็งแรงที่สุด ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเสาเข็มพยุงรูปหน้าสามมิติ และรับแรงกระแทกจากการเคี้ยว การผ่าตัดยึดแผ่นโลหะจึงต้องวางพาดตามแนว buttresses เหล่านี้เพื่อความแข็งแรงระยะยาว

ทำไมการสบฟันจึงสำคัญในผู้ป่วยกระดูกใบหน้าหัก

สำหรับกระดูกขากรรไกรบนและขากรรไกรล่างที่หัก การสบฟัน (dental occlusion) เป็นเครื่องมือชี้วัดความสำเร็จของการรักษาที่สำคัญที่สุด เนื่องจากฟันล่างและฟันบนเป็นแนวระนาบอ้างอิงธรรมชาติ (premorbid dental occlusion) ของโครงหน้า

หากการผ่าตัดจัดกระดูกผิดตำแหน่งไปแม้เพียงเล็กน้อย จะส่งผลให้คนไข้เคี้ยวอาหารไม่ได้ กัดฟันไม่ลง ฟันสบไม่เข้าที่ หรือมีอาการปวดข้อต่อขากรรไกรเรื้อรัง การรักษาจึงมักต้องมีการทำ Intermaxillary Fixation (IMF) หรือการมัดฟันบนและล่างเข้าหากันชั่วคราวระหว่างการผ่าตัด เพื่อใช้อ้างอิงตำแหน่งขากรรไกรที่ถูกต้อง ก่อนจะทำการยึดกระดูกด้วย Plate และ Screw

Le Fort Fracture — การแบ่งประเภทกระดูกใบหน้าส่วนกลาง

ในกรณีที่เกิดกระดูกขากรรไกรบนหัก จะมีการจำแนกประเภทตามการทดลองของ René Le Fort ซึ่งแบ่งรูปแบบรอยหักหลักตามระดับความสูงของการบาดเจ็บในใบหน้าส่วนกลาง

Le Fort I
Floating Palate

รอยหักผ่านขากรรไกรบนแนวนอนแยกฐานฟันบนและเพดานปาก ออกจากกระดูกใบหน้าส่วนกลาง

Le Fort II
Pyramidal Fracture

รอยหักรูปทรงพีระมิด พาดผ่านกระดูกจมูก โครงกระดูกใต้เบ้าตา และลึกลงมายังขากรรไกรบน

Le Fort III
Craniofacial Dissociation

รอยหักผ่านกระดูกเบ้าตาและโหนกแก้มทั้งสองข้าง แยกโครงสร้างใบหน้าออกจากฐานกะโหลกทั้งหมด

การดูแลแต่ละตำแหน่งของกระดูกใบหน้าหัก

กระดูกใบหน้าแต่ละส่วนมีรายละเอียดการผ่าตัดที่จำเพาะเจาะจงแตกต่างกัน:

  1. กระดูกจมูกหัก (Nasal Fracture): มักรับการรักษาด้วย Closed Reduction (จัดกระดูกจากภายในรูจมูกโดยไม่ต้องเปิดแผลนอก) ภายใน 7-14 วันก่อนกระดูกเริ่มสมานตัวผิดรูป ต้องเฝ้าระวังภาวะ Septal Hematoma เสมอ
  2. กระดูกโหนกแก้มหัก (Zygomaticomaxillary Complex - ZMC Fracture): โหนกแก้มเป็นมิติความกว้างของหน้า หากหักยุบลงอาจเปิดแผลบริเวณหางตา ในช่องปาก หรือใต้ขนตา เพื่อจัดแนวกระดูก ZMC และยึดแผ่นโลหะให้ใบหน้าสมมาตร
  3. กระดูกเบ้าตาหัก (Orbital Fracture): รอยหักมักเกิดขึ้นที่พื้นเบ้าตา (orbital floor blowout) ทำให้เนื้อเยื่อรอบลูกตาหย่อนตัวลงไปในไซนัสด้านล่าง รักษาด้วยการผ่าตัดผ่านแผลขอบตาล่างเพื่อวางแผ่นวัสดุสังเคราะห์พยุงลูกตาให้อยู่ในระดับสายตาปกติ
  4. กระดูกขากรรไกรล่างหัก (Mandibular Fracture): เนื่องจากเป็นกระดูกรับแรงเคี้ยวหลัก การผ่าตัดแบบ ORIF จึงต้องใช้แผ่นโลหะที่หนาและแข็งแรงพอที่จะทนแรงบดเคี้ยวได้ โดยเน้นเปิดแผลจากภายในช่องปากเป็นหลักเพื่อหลีกเลี่ยงแผลเป็นบนใบหน้า
  5. Panfacial Fracture: ในเคสที่กระดูกหักหลายตำแหน่งและซับซ้อน ศัลยแพทย์จะวางแผนการรักษาเป็นขั้นตอนอย่างมีระบบ เช่น การผ่าตัดแบบ Bottom-up หรือ Top-down และ Outside-in เพื่อใช้โครงสร้างที่เหลือพยุงส่วนอื่นๆ

บทบาทของเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) 3 มิติ

ในอดีต ศัลยแพทย์อาจใช้เพียงฟิล์มเอกซเรย์ธรรมดาซึ่งประเมินตำแหน่งกระดูกทับซ้อนได้ยาก แต่ปัจจุบัน Multidetector CT (MDCT) พร้อมการสร้างภาพ 3 มิติ เป็นมาตรฐานสำคัญ (Gold Standard) ในการวางแผนผ่าตัดกระดูกใบหน้าหัก

ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่วยให้แพทย์ประเมินทิศทางการยุบตัว มิติความลึก รอยแตกขนาดเล็กที่อยู่ใกล้เส้นประสาทและดวงตาได้อย่างแม่นยำ ทำให้วางแผนระบุขนาดและรูปร่างของแผ่นโลหะไทเทเนียมล่วงหน้าได้ ช่วยย่นระยะเวลาในการดมยาสลบและการผ่าตัด

ความปลอดภัยมาก่อนเสมอ — หลักการ ATLS

แม้การจัดกระดูกใบหน้าและการรักษารอยแผลเป็นจะมีความสำคัญต่อจิตใจคนไข้ แต่ในกรณีอุบัติเหตุรุนแรง "ชีวิตและความปลอดภัยของคนไข้ต้องมาก่อนเสมอ"

ATLS Guidelines

การประเมินแรกรับตามหลักสากล

คนไข้ Maxillofacial Trauma ในศูนย์อุบัติเหตุศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งหมอปิง จะได้รับการดูแลตามหลัก Advanced Trauma Life Support (ATLS) โดยมุ่งดูแลระบบที่มีความสำคัญต่อชีวิตก่อนตามลำดับ ABC:

A
Airway & Spineควบคุมทางเดินหายใจและกระดูกต้นคอ
B
Breathingดูแลความจุอากาศและการทำงานของปอด
C
Circulationห้ามเลือดและกู้ระบบไหลเวียนโลหิต

การทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ (MDT)

ความสลับซับซ้อนของโครงหน้าทำให้การรักษาที่มีประสิทธิภาพไม่สามารถดูแลได้ด้วยแพทย์เพียงท่านเดียว แต่ต้องการบูรณาการการรักษาร่วมกันของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

MDT Approach

การดูแลที่ปลอดภัยและครบวงจร

ที่ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งหมอปิง เรามีทีมสหสาขาพร้อมดูแลคนไข้อุบัติเหตุทางใบหน้าตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดทั้งในแง่ของกายวิภาคและการใช้งานจริง:

Plastic Surgeryศัลยแพทย์ตกแต่ง
Dental / Maxillofacialทันตแพทย์เฉพาะทาง
Ophthalmologyจักษุแพทย์ดูแลดวงตา
ENTแพทย์หูคอจมูก
Neurosurgeryศัลยแพทย์ประสาทและสมอง
Anesthesiaวิสัญญีแพทย์ดูแลระงับความเจ็บปวด
Emergencyทีมเวชศาสตร์ฉุกเฉิน
Radiologyรังสีแพทย์ตรวจวินิจฉัยภาพ
Specialized Nursingพยาบาลดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุ

ความร่วมมือระหว่างศัลยแพทย์ตกแต่งและทันตแพทย์มีความสำคัญอย่างยิ่ง ทันตแพทย์จะช่วยตรวจเช็กโครงสร้างการสบฟันเดิม ออกแบบยางยึดตรึงขากรรไกร (IMF) ส่วนศัลยแพทย์ตกแต่งจะดูแลการจัดแนวกระดูกขากรรไกร ผ่าตัดแก้ไข และเย็บปิดแผลด้วยเทคนิคการซ่อนแผลตามรอยพับธรรมชาติเพื่อผลลัพธ์ที่ประณีตที่สุด

บทบาทของศัลยแพทย์ตกแต่งในการดูแลกระดูกใบหน้าหัก

ความเข้าใจผิดทั่วไปคือ คิดว่าศัลยแพทย์ตกแต่งทำหน้าที่เฉพาะการทำศัลยกรรมเสริมความงาม แต่ในด้านการบาดเจ็บทางใบหน้า ศัลยแพทย์ตกแต่งทำหน้าที่ผสานหลักการรักษาทางกระดูก (osteosynthesis) เข้ากับความเข้าใจในเนื้อเยื่ออ่อนและกล้ามเนื้อแสดงสีหน้าอย่างลึกซึ้ง

ศัลยแพทย์ตกแต่งจะให้ความสำคัญกับแนวการลงแผลผ่าตัดที่ซ่อนตัวได้แนบเนียน เช่น ขอบเส้นผม ในช่องปาก ขอบขนตา หรือตามแนวกรรไกรล่าง รวมถึงการเย็บเนื้อเยื่อแบบลดแรงตึงในชั้นลึกเพื่อจำกัดความกว้างของรอยแผลเป็นหลังการผ่าตัด

เมื่อไรควรมาพบแพทย์ทันทีหลังอุบัติเหตุทางใบหน้า

อุบัติเหตุทางใบหน้าบางจุดอาจมีเพียงอาการบวมแดงภายนอกซึ่งบดบังความผิดปกติของโครงสร้างภายใน คนไข้ควรมาพบแพทย์ทันทีหากมีสัญญาณเตือนต่อไปนี้:

  • ใบหน้าเบี้ยว ผิดรูป โหนกแก้มดูแบนลง หรือดั้งจมูกคดเอียงหลังเกิดแรงกระแทก
  • การสบฟันเปลี่ยนไปจากปกติ กัดฟันไม่ลง หรืออ้าปากเคี้ยวอาหารลำบาก
  • มองเห็นภาพซ้อน หรือรู้สึกว่าทิศทางการเคลื่อนไหวของลูกตาสองข้างไม่เท่ากัน
  • มีอาการชาบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะแก้ม ริมฝีปากบน ริมฝีปากล่าง หรือใต้คาง
  • มีแผลลึก แผลฉีกขาดรุนแรง หรือมีเลือดกำเดาไหลอย่างต่อเนื่องไม่หยุด

เป้าหมายสูงสุดของการรักษา — กลับไปใช้ชีวิตปกติ

Quality of Life Focus

การดูแลที่ใส่ใจชีวิตประจำวันของคนไข้

  • เคี้ยวอาหารและทานอาหารได้ปกติ ไร้ความเจ็บปวด
  • การเคลื่อนไหวของใบหน้า การยิ้ม และการแสดงออกทางอารมณ์เป็นธรรมชาติ
  • ระบบทางเดินหายใจทางจมูกทำงานได้อย่างสะดวก
  • การมองเห็นเป็นปกติ ไร้ปัญหาภาพซ้อนหรือตาตก
  • ใบหน้ามีความสมมาตร คืนความมั่นใจในการเข้าสังคม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เมื่อไรควรมาประเมินกระดูกใบหน้าหักหลังเกิดอุบัติเหตุ?

ควรได้รับการประเมินทันทีหลังอุบัติเหตุ โดยเฉพาะภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก สำหรับเคสที่ยังไม่มีความพร้อมในการผ่าตัดทันที (เช่น รอรักษาสภาพร่างกายภายนอกหรือรออาการบวมลดลง) การผ่าตัดรักษากระดูกใบหน้าหักมักทำได้ดีที่สุดภายในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ก่อนที่กระดูกจะเริ่มเกาะตัวกันในตำแหน่งที่ผิดรูป

ไหมที่ใช้เย็บกระดูกและแผ่นโลหะ (Plate & Screw) ต้องผ่าตัดเอาออกภายหลังหรือไม่?

วัสดุยึดกระดูกที่ใช้ในปัจจุบันผลิตจากโลหะไทเทเนียมบริสุทธิ์เกรดทางการแพทย์ (medical grade titanium) ซึ่งเข้ากันได้ดีกับร่างกายมนุษย์ ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือการปฏิเสธของเนื้อเยื่อ จึงไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเอาออกในภายหลัง ยกเว้นในกรณีพิเศษ เช่น มีการติดเชื้อรอบแผ่นโลหะ แผ่นโลหะโผล่ หรือสร้างความรำคาญใจให้คนไข้ในจุดที่ผิวหนังบางมาก

ทำไมบางครั้งคนไข้ต้องมัดฟันและทานอาหารเหลวหลังผ่าตัด?

การมัดฟันหรือยึดตรึงขากรรไกรชั่วคราว (Intermaxillary Fixation) มีวัตถุประสงค์เพื่อตรึงตำแหน่งขากรรไกรบนและล่างให้อยู่กับที่ ป้องกันไม่ให้แรงจากการบดเคี้ยวไปขยับแนวกระดูกที่เย็บไว้ ในช่วงนี้จำเป็นต้องทานอาหารเหลวที่มีโปรตีนและสารอาหารสูงเพื่อความปลอดภัยและลดภาระงานของกระดูกขากรรไกร

มีโอกาสไหมที่หลังผ่าตัดใบหน้าจะมีอาการชาถาวร?

เส้นประสาทรับความรู้สึกบริเวณใบหน้าพาดผ่านช่องกระดูกหลายจุด หากแนวหักของกระดูกทับหรือบาดเส้นประสาท คนไข้อาจรู้สึกชาบริเวณใบหน้าได้หลังผ่าตัด ส่วนใหญ่อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นใน 3-6 เดือนเมื่อเส้นประสาทฟื้นตัว ในบางกรณีที่เส้นประสาทฉีกขาดรุนแรง อาจส่งผลให้มีอาการชาบางส่วนค้างอยู่ถาวร

แผลเป็นจากการผ่าตัดกระดูกใบหน้าหักจะเห็นชัดเจนไหม?

ศัลยแพทย์ตกแต่งมักใช้เทคนิคการซ่อนแผลผ่าตัดตามตำแหน่งธรรมชาติ เช่น ภายในปาก เพื่อไม่ให้มีแผลภายนอก หรือผ่านแนวใต้ขนตา ขอบจมูก และแนวรอยพับหู สำหรับแผลภายนอกที่เลี่ยงไม่ได้ แพทย์จะเย็บแผลเป็นชั้นเพื่อลดแรงตึงผิวหนัง ทำให้แผลมีขนาดเล็กและจางลงมากที่สุดหลังแผลสมานตัวสมบูรณ์

หลังผ่าตัดต้องนอนโรงพยาบาลและพักฟื้นนานเท่าใด?

โดยเฉลี่ยหลังผ่าตัดใหญ่ยึดกระดูกใบหน้า คนไข้จะพักฟื้นในโรงพยาบาลประมาณ 3-5 วันเพื่อเฝ้าระวังอาการบวม ทางเดินหายใจ และการสบฟัน หลังจากนั้นสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ กระดูกจะใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ในการเชื่อมประสานตัว และฟื้นตัวสมบูรณ์เต็มที่ในเวลา 3-6 เดือน

สิ่งที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

  1. ตำแหน่งรอยหักของกระดูกอยู่จุดใดบ้าง และส่งผลกระทบต่อดวงตาหรือการสบฟันหรือไม่
  2. การรักษาจำเป็นต้องผ่าตัดใส่แผ่นโลหะ (ORIF) หรือสามารถรักษาประคับประคองได้
  3. หลังผ่าตัด มีความจำเป็นต้องใช้วิธีมัดฟัน (IMF) ด้วยหรือไม่ และต้องมัดฟันนานเท่าใด
  4. แนวแผลผ่าตัดจะอยู่บริเวณใด และแพทย์มีเทคนิคซ่อนแผลอย่างไรบ้าง
  5. ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญและอาการชาหลังผ่าตัดมีแนวโน้มหายได้มากน้อยเพียงใด
  6. การวางแผนการทานอาหารและข้อจำกัดการใช้ชีวิตหลังผ่าตัดในช่วง 4-6 สัปดาห์แรกมีอะไรบ้าง

ปรึกษาแนวทางการรักษาและบูรณะโครงสร้างใบหน้า

หากคุณหรือบุคคลใกล้ชิดประสบอุบัติเหตุทางใบหน้าและขากรรไกร สามารถติดต่อเข้ารับคำปรึกษาและตรวจวิเคราะห์โดยทีมศัลยแพทย์ตกแต่ง ร่วมกับทีมทันตกรรมเฉพาะทางศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งหมอปิง เพื่อความมั่นใจทั้งในโครงสร้างและการใช้งานจริงของชีวิต

นัดหมายปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง

เอกสารอ้างอิงทางการแพทย์ (Medical References)

  1. Manson, P. N., Hoopes, J. E., & Su, C. T. (1980). Structural pillars of the facial skeleton: an approach to the management of Le Fort fractures. Plastic and Reconstructive Surgery, 66(1), 54-62.
  2. Buchanan, E. P., & Hollier, L. H. (2013). Management of panfacial fractures. Seminars in Plastic Surgery, 24(4), 233-239.
  3. Hopper, R. A., Salemy, S., & Sze, R. W. (2006). Diagnosis of midface fractures with CT: what the surgeon needs to know. Radiographics, 26(3), 783-793.
  4. Winegar, B. A., Murillo, H., & Tantiwongkosi, B. (2013). Spectrum of critical imaging findings in complex facial skeletal trauma. Insights into Imaging.
  5. AO Foundation. AO Surgery Reference — Panfacial fractures sequencing of repair.
  6. American College of Surgeons. Advanced Trauma Life Support (ATLS) — Student Course Manual, 10th ed. (2018).
คำชี้แจงทางการแพทย์ (Medical Disclaimer): ข้อมูลสุขภาพและศัลยกรรมตกแต่งกระดูกใบหน้าทั้งหมดที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้ จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาและเรียนรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัยโรค หรือทักษะวิชาชีพแพทย์ของศัลยแพทย์ตกแต่งผู้ชำนาญการ การตรวจและวิเคราะห์ประเมินคนไข้เป็นรายบุคคลมีความสำคัญสูงสุดก่อนการผ่าตัดจริง